บทที่ 3 ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวของเรา
ตอนที่ 3 ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวของเรา
“เอ่อ ครับ” ริมฝีปากกระตุกยิ้มน้อย ๆ จากนั้นผลุดลุกขึ้นมานั่งบนเตียง เดินตามหญิงสาวเข้าไปยังห้องน้ำเพื่อล้างเนื้อ ล้างตัว
วีรดาข่มความเอ็นดูกลั้นเอาไว้ในใจ เมื่อเห็นผู้ชายวัยสามสิบสอง กำลังยืนมองเธอด้วยความประหม่า ทั้งที่เมื่อสักสามสิบห้านาทีก่อน การันต์และเธอยังโยกร่อนร่างกายกอดรัดกันอยู่เลย แล้วดูตอนนี้สิ สามีของเธอแก้มแดงอีกแล้ว
“อยากให้ฉัน ช่วยถูหลังให้ไหมคะ”
“เอ่อ ไม่...ไม่เป็นไร ผมช่วยคุณดีกว่า” หน้าแดงแสร้งหันหลบไปหยิบฟองน้ำสำหรับถูตัว
“ที่รัก”
“หือ”
วีรดาอดใจไม่ไหวพุ่งเข้าไปจูบ คำพูดทั้งหมดถูกเธอดูดหายไปกับรสลิ้นหวาน ห้องน้ำกว้างและพื้นกระเบื้องแข็งเปียกแฉะ ถูกคู่บ่าวสาวเปลี่ยนเป็นสนามเริงรมย์ ด้วยการลงไปนอนขย่มพ่นเสียงกระเส่าใส่กัน
“ตัวคุณเย็นหมดแล้วนะ” การันต์ก้มลงจุมพิตแก้มขาวของภรรยาสาวเบา ๆ
“คุณด้วย” ฝ่ามือลูบลงไปบนแผงอก เธอจำได้ว่าก่อนนี้ผิวกายของการันต์นั้นอุ่นร้อน หากแต่ตอนนี้กลับเย็นเฉียบเพราะนั่งแช่อยู่บนพื้นห้องน้ำนานเกือบชั่วโมง
“ผมเช็ดตัวให้นะครับ คุณจะได้ไปนอน พักผ่อนเร็วขึ้น”
ท่อนแขนสอดลงไปช้อนอุ้มเอาร่างเปลือยของภรรยา ยกขึ้นมาวางลงบนเคาน์เตอร์แกรนิต มือหยิบจับผ้าขนหนูนุ่มมาลูบซับหยดน้ำ เช็ดผิวเปียกจนแห้งสนิท จากนั้นหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวมให้อย่างนุ่มนวล ไดร์เป่าผมถูกดึงชักออกมา เสียบปลั๊กเปิดเครื่องเป่าลมอุ่น ๆ ลงบนเส้นผมยาวอันเปียกชื้นอย่างทะนุถนอม
“คุณการันต์”
“ครับ”
“น่าแปลกจังเลยนะคะ”
“แปลก...แปลกยังไงครับ”
“ผู้ชายดี ๆ อย่างคุณ รอดมือสาว ๆ นับล้านในเมืองไทยมาได้ยังไงตั้งสามสิบสองปี”
“บ้านผมมีกฎ ห้ามลูก ๆ มีแฟนก่อนอายุสามสิบน่ะ” เรื่องนี้เป็นความจริงและถือเป็นกฎเหล็กที่ลูกทุกคนเคร่งครัด
“แล้วสองปีที่ผ่านมาละคะ ทำไมยังไม่ยอมมีแฟน”
“พออยู่คนเดียวมานาน ๆ มันก็ชินน่ะครับ ชีวิตผมมีแค่งานกับครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ หลาน ๆ เรื่องแฟน เรื่องการแต่งงานมันเลยกลายเป็นเรื่องไม่สำคัญ”
“ชีวิตคุณกับฉันตรงข้ามกันเลย ฉันมีแฟนคนแรกตอนอายุสิบหก คบกันมาสี่ปี พออายุยี่สิบเขากับฉันวางแผนที่จะแต่งงานกันเมื่อเรียนจบ เราสองคนหมั้นหมาย ช่วยกันวางแผนอนาคต แต่ไม่คิดว่าทุกอย่างมันจะจบลงแบบนี้”
ภาพของคู่หมั้นที่นอนเปลือยกายก่ายกอด พร่ำพลอดคำหวานให้กับความสัมพันธ์ที่วีรดาไม่รู้ว่า เขาทำอย่างนี้ลับหลังเธอมานานเท่าไหร่ คู่หมั้นหนุ่มกับเลขาสาวสวยส่วนตัวของเขา ความลับมาแตกในช่วงเช้าของวันแต่งงานไม่กี่ชั่วโมง
“เราสัญญากัน ว่าจะไม่พูดเรื่องที่ไม่ดี” สัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือนุ่มแตะลงมาบนพวงแก้ม
“ขอโทษค่ะ ฉันแค่...”
“จริงสิครับ วันพรุ่งนี้ คุณมีธุระต้องไปที่ไหนหรือเปล่าครับ” การันต์จับแปรงหวีผม หวีลงไปบนเส้นผมยาวเบามือ หันเหเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปยังสิ่งอื่น เพื่อดึงให้วีรดาออกมาจากความเศร้า
“จริง ๆ ก็มีค่ะ ฉันวางแผนเตรียมทริปฮันนีมูนเอาไว้น่ะ”
“ตกลงครับ วันพรุ่งนี้เราสองคนจะไปฮันนีมูนกัน”
“คุณหมายความว่ายังไงคะ”
“หมายความว่า วันพรุ่งนี้ เราจะฮันนีมูนกัน มันอาจไม่ได้หรูหราเหมือนที่คุณตั้งใจเอาไว้ เพราะมันกะทันหันไปหน่อย ผมจะลองติดต่อหาโปรแกรมทัวร์ระยะสั้นดูนะครับ”
“หมายความว่าคุณจะไปฮันนีมูนกับฉันจริง ๆ อย่างนั้นหรือ” เป็นอีกครั้งที่ผู้ชายคนนี้ทำให้วีรดาน้ำตาคลอ ให้กับความละเอียดอ่อนใส่ใจในความรู้สึกของเธอ
“ครับทำไมล่ะ แต่งงานแล้วก็ต้องไปฮันนีมูน...เดิมทีคุณตั้งใจจะไปฮันนีมูนที่ไหนล่ะ ทะเล ภูเขา เกาะ แต่ผมคงไปกับคุณได้ไม่นานนักนะครับ อาจจะสักสองหรือสามวัน พอดีผมมีงานสำคัญที่บริษัทต้องกลับไปจัดการ” ดวงตาคมแสนซื่อปราศจากร่องรอยของคำลวง ยิ่งทำให้วีรดารู้สึกว่าตัวเองช่างโชคดีนักหนา ที่ได้ผู้ชายคนนี้มาไว้ในอ้อมแขน
“ฉันขอแค่เป็นดินเนอร์สักมื้อก็พอค่ะ เรื่องฮันนีมูน หรือว่าไปเที่ยว ฉันคิดว่าเราสองคนยังมีเวลาอีกเยอะ ไม่จำเป็นต้องรีบ” มือวางบนไปบนบ่าสูง ปากยู่ยื่นไปจูบสามีใจดี
“คุณแน่ใจนะครับ”
“ค่ะ หลายปีมานี้ ฉันเที่ยวมารอบโลกแล้ว ฉันกลับมาเมืองไทยเพื่อแต่งงาน สร้างครอบครัว ดังนั้นต่อจากนี้ไป คุณคือโลกทั้งใบของฉัน”
“ตกลงครับ แต่ว่าพรุ่งนี้เช้า ผมอยากพาคุณไปพบคุณพ่อ คุณแม่ก่อน ก่อนออกจากบ้านผมบอกท่านแค่ว่าจะมาแต่งงาน แต่นี่ผมดันกลายมาเป็นเจ้าบ่าวซะเอง” ประโยคถัดมาของการันต์ทำเอาวีรดาอดขำหัวเราะอย่างร่าเริงไม่ได้
“คุณหัวเราะอะไร”
“อาจเพราะฉันอยู่เมืองนอกมานาน เลยไม่ค่อยคุ้นเคยกับผู้ชายรักครอบครัว แฟมิลี่แมนอย่างคุณ ไหน ๆ ตอนนี้ ฉันก็เป็นสะใภ้แล้วนี่ ไปพบพ่อแม่ของสามีหน่อย ก็ดีเหมือนกัน”
“ไม่ต้องห่วงนะครับ คุณพ่อ คุณแม่แล้วก็คุณย่าของผมท่านใจดีมาก”
“ฉันเชื่อค่ะ”
“เชื่อ”
“สุภาษิตไทยไงคะ ดูวัวให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ ดูสามีก็คงไม่ต่างกัน”
ข่าวการแต่งงานสายฟ้าแลบของลูกชายคนโต ทำให้ทั้งพ่อแม่ รวมไปถึงคุณย่าอายุแปดสิบกว่าปีดีใจจนถึงขนาดนอนแทบไม่หลับ อยากโทรศัพท์ไปหาลูกชาย แต่กลัวจะรบกวนช่วงเวลาเข้าหอกับเจ้าสาว มณฑกานต์กับภารัญจึงลงมานั่งชะเง้อคอ รอลูกชายพาสะใภ้เข้าบ้านแต่เช้าตรู่
“คุณย่า คุณพ่อ คุณแม่ครับ นี่วีรดา ภรรยาของผม” การันต์แนะนำภรรยา ซึ่งเข้าพิธีแต่งงานกันอย่างปัจจุบันทันด่วนเมื่อคืนที่ผ่านมา
“นารินทร์เล่าให้พ่อกับแม่ฟังแล้ว กะทันหันไปหน่อย แต่ถ้านี่คือการตัดสินใจของลูก พ่อกับแม่ก็ยินดีด้วย” แม่สามียิ้มอ่อนโยนให้กับสะใภ้ วีรดาไม่แปลกใจเลยที่สามีของเธอทำไมถึงได้สุภาพถึงเพียงนี้ ก็ดูทั้งย่า พ่อ แม่ของเขาสิ แต่ละคนสมกับคำว่าตระกูลผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วจริง ๆ
“เรื่องนี้เป็นความผิดของฉันเองค่ะ ฉันต้องขอโทษพวกคุณด้วยนะคะ ที่ใช้วิธีมัดมือชกกับคุณการันต์อย่างนี้ แต่ฉันขอสัญญาในฐานะภรรยา และสะใภ้ ฉันจะดูแลคุณการันต์ในฐานะสามีอย่างดีที่สุด”
“เรื่องแต่งงานนับเป็นเรื่องดี เป็นเรื่องมงคลไม่ใช่ความผิดของใครหรอก หนูวีรดาไม่ต้องคิดมาก”
“ขอบคุณค่ะ”
“ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวของเรานะ”
